เมื่อวันก่อนเราได้ไปงานหนังสือฯมา
จุดประสงค์คือตั้งใจจะไปซื้อเล่มเดียวคือ Twilight ของ Stephenie Meyer
เป็นเรื่องราวความรักโรมิโอกับจูเลียตระหว่างหญิงสาวสวยกับแวมไพร์หนุ่มรูปงาม
ปรากฎว่าหมดเกลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาคไทย หรือ อังกฤษ เซ็งเลยทีเดียว
เซ็งมากขึ้นไปอีกที่เราหลวมตัวซื้อหนังสือไปอีก 4 เล่มด้วยกันมี
1. Veronika decides to die ของ Paulo Coelho
2. Kafka on the shore ของ Haruki Murakami
3. นิยายญี่ปุ่นที่แปลโดยสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม
4. นิยายที่เสียดสีประเทศฝรั่งเศสและก็แปลโดยสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มอีกเช่นกัน
(ช่วงนี้เป็นฟรีฟอร์มฟีเว่อร์อ่ะ ประมาณว่า คลั่งไคล้ผลงานของพี่ปราย’ พันแสง)
ก็สรุปหมดไปพันนึงได้ -_-"
อุตส่าห์ตั้งใจจะเก็บเงินไว้ไปเที่ยวแล้วไงกรุ
anyway, ซื้อมาแล้วก็ได้แต่ตั้งวางไว้บนโต๊ะ และก็นั่งจ้องมันอยู่เนี่ยแหละ เหอๆ
ไม่มีกระจิตกระใจจะอ่านอ่า เบื่อ…
แล้วก็มีเพื่อนฝรั่งคนนึงบอกว่า "Only boring people get bored."
เราก็แบบนะไม่อยากเป็น boring people ว่ะ
แต่จะทำยังไงให้ไม่ bored???
คิดเข้าไปแทบตาย ก็ไม่ได้คำตอบ ถ้าเรายัง "รู้สึก bored" อยู่จริงป่ะ
แล้วก็ลงท้ายยอมรับ label นั่นไปว่า เออ กรุเป็นคนน่าเบื่อ -_-"
กลายเป็นงั้นไป…
คำอธิบายเพิ่มเติมจากที่เพื่อนต่างชาติพูดคือ มันอยู่ที่ใจว่าจะเลือกให้เรารู้สึกอย่างไรมากกว่า
ชีวิต บางครั้งมันเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เราต่างก็ไม่อยากจะพบเจอมันนักหรอก แต่เราก็หลีกเลี่ยงอะไรมันไม่ได้
การกระทำทุกอย่างมันมี consequences ทั้งนั้นว่ะ
ที่จริงแล้ว…มันเป็นเรื่องธรรมดามากของโลกใบนี้
ที่มันไม่สบายใจก็เพราะเราเอา "ใจ" ไปยึดติดไง
ยึดติดว่าต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนั้นฯลฯ
เรียกร้อง แล้วเราก็สร้างกรอบในการมองโลกขึ้นมาทำให้เรามองโลกได้แต่ในมุมแคบๆเท่านั้น
มุมแคบๆนั่นที่พวก hyprocrite เห็นว่าเป็นการมองโลกตามความเป็นจริง
เราไม่ชอบ hypocrisy ว่ะ ทนไม่ได้หรอกที่ต้องทนฟังให้คนพวกนั้นมาตัดสินเรา
พูดจาข่มต่างๆนานา ซึ่งคนที่นี่ก็เป็นกันเยอะ…ไม่รู้ทำไม…คงเป็นยีนส์ ถ่ายทอดกันตามๆมาละมั้ง
ยังไงก็แล้วแต่ "ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา"
เพื่อนกล่าวสรุปแค่นั้น
เราไม่ได้เป็นคนน่าเบื่อว่ะ ชีวิตก็ไม่ได้น่าเบื่อด้วย
มีอะไรหลายอย่างอีกเยอะที่รอให้เราเรียนรู้
คิดบวกเข้าไว้ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง…เพื่อนบอกมาว่างั้น
ขอบคุณมากๆเลยเพื่อน